เทคโนโลยีการศึกษากับครูไทยในศตวรรษที่ 21
สังคมโลกได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสําคัญของการนําเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันครูในศตวรรษที่
21 จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการเรียนรู้ให้เท่าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
ทั้งนี้ต้องพัฒนาทักษะด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการศึกษา ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อให้สามารถชี้แนะและส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา
นอกจากนี้ครูไทยในอนาคตยังต้องมีความรู้จริงในเรื่องที่สอน โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาสังคมแห่งการเรียนรู้ไม่มีวันหยุดนิ่งสังคมโลกกลายเป็นสังคมความรู้มีนโยบายมุ่งเน้นแนวทางการพัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้การเปลี่ยนแปลง
ทั้งภายในและภายนอกประเทศ นอกจากนี้ยังมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
และสร้างสังคมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอันก่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
พัฒนาศิษย์ให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพโดยเน้นกระบวนการ
4 ด้าน(ครูในศตวรรษที่ 21, ม.ป.ป.)
1.ด้านความรู้ความคิด
หรือพุทธพิสัย (Cognitive Domain)
2.ด้านความรู้สึก อารมณ์
สังคมหรือด้านจิตพิสัย (AffectiveDomain)
3.ด้านทักษะปฏิบัติหรือทักษะพิสัย
(Psycho-motor Domain)
4.ด้านทักษะการจัดการหรือทักษะกระบวนการ
(Management Skill)


ปัจจุบันพบว่า ความเป็นครูในสังคมไทย
กําลังเผชิญกับคําถามจากสังคมหลายด้าน
ทั้งคุณภาพของผู้ที่มาเรียนวิชาชีพครู การไม่มีสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูโดยเฉพาะ
หลักสูตรวิชาชีพครูในสถาบันที่ผลิตครูคุณภาพของบัณฑิตครูเมื่อจบการศึกษา
รวมถึงการพัฒนาครูที่ยังไม่ถูกปรับให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันจึงควรต้องมีการปรับวัตถุประสงค์ของการผลิตและพัฒนาครูโดยมุ่งเน้นให้ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้
และประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียนและภาวการณ์ของโลก
ที่เปลี่ยนแปลงไป
รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนทั้งความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่จําเป็นสําหรับการเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21
ตระหนักในการมุ่งมั่นพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และทักษะที่สําคัญ
โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เกิดการสร้างองค์ความรู้จากภายในนักเรียนเอง
และส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่สําคัญก็มีความสําคัญไม่แพ้กัน
เพราะถึงแม้ครูจะมีความรู้ความสามารถเพียงใด
แต่หากขาดความตระหนักในการจัดการเรียนรู้ตามความรู้ที่ได้รับการพัฒนามาแล้วนั้น
การผลิตและพัฒนาครูเหล่านั้นจะไม่สามารถช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศได้อย่างเต็มที่ฉะนั้น
การยกระดับการศึกษาของประเทศไทยจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาครูเป็นสําคัญ
เพื่อให้เป็นครูยุคใหม่ที่มีความรู้ความสามารถและมุ่งมั่นพัฒนานักเรียนให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป
ในยุคศตวรรษที่ 21 กระบวนการเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงโดยผู้เรียนจะเรียนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย
และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว

มีแนวทางการพัฒนา
ICT เพื่อการศึกษา ดังนี้
1) การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนของสถานศึกษา
ทั้งคอมพิวเตอร์ประจํา
ห้องปฏิบัติการ
คอมพิวเตอร์ประจําห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์พกพา
2) การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบูรณาการโครงข่าย
3) การพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Contents)ในรูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์
e-Book หรือ
Applications
ต่างๆ
การพัฒนาไอซีทีเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นความสําคัญของการนําเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษา
โดยมีแนวทางในการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน จัดสภาพแวดล้อม และพัฒนาสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ให้กับสถานศึกษา
แต่สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการนําเทคโลยีเหล่านี้ไปใช้ในการศึกษาคือ
การพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการนําไปประยุกต์ใช้และพัฒนาการเรียนการสอนการวางแผนพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ไอซีที
เป็นเครื่องมือต้องทําทั้งระบบเพื่อปฏิรูปการเรียนการสอนให้ได้ผลอย่างแท้จริง

ครูไทยในอนาคตผู้เรียนไม่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนเพียงแห่งเดียว
แต่สามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอกที่เป็นสังคมรอบตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงความรู้ได้โดยง่ายทําให้ความรู้เดิมของนักเรียนของนักเรียนแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกันเพราะนักเรียนสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตัวเขาเอง
อยู่ที่ใครจะกระตือรือร้นในการแสวงหามากกว่ากัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ครูควรตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนแต่ละคนและพยายามแก้ไขความรู้ที่ผิดเพื่อความรู้ผิดๆจะได้ไม่ติดตัวเขาไปการออกแบบระบบการสอนในศตวรรษที่
21
ต้องออกแบบให้นักเรียนได้เป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองมากกว่าการรับการถ่ายทอดจากครูผู้สอนโดยออกแบบให้นักเรียนได้ค้นหาความรู้ด้วยตนเอง
วิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบข้อมูล และสรุปเป็นองค์ความรู้ รูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้
เช่น การสอนแบบสืบเสาะ การสอนแบบปัญหาเป็นฐาน การสอนแบบวิจัยเป็นฐาน สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้เป็นผลจากการลงมือกระทําของผู้เรียน
เกิดจากภายในตัวนักเรียนเอง
ครูเป็นเพียงผู้วางแผนและช่วยเหลือเพื่อให้การกระทํานั้นสําเร็จและนักเรียนเกิดทักษะความรู้ตามที่ตั้งไว้
ดังนั้น ทักษะต่างๆ
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งจําเป็นที่ครูในยุคปัจจุบันต้องมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะทักษะด้าน
ICT ซึ่งครูจําเป็นต้องใช้ในการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
การจัดการทรัพยากรและแหล่งเรียนรู้ และการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้เหมาะกับลักษณะของผู้เรียนยุคใหม่
ที่กระแสเทคโนโลยีถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

ปัญหาและอุปสรรคของครูไทย
ด้วยสภาพและวิธีการเรียน
รู้ที่เปลี่ยนแปลงส่งผล
ให้ครูต้องพัฒนาตนเอง
พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้สอดรับกับวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้
เพื่อให้ได้ผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานของหลักสูตร
แต่การพัฒนาการศึกษาของชาติ
ไม่ใช่เฉพาะภาระหน้าที่ของใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้นแต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความตระหนักและช่วยกันหาทางออก
โดยปัญหาทางการศึกษาที่สําคัญก็คือ ปัญหาด้านครู ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคของการทําหน้าที่ครูประกอบด้วย
1)
ภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอนการทําหน้าที่อื่นนอกเหนือจากการสอนจะทําให้ครูมีเวลาเตรียม
การสอนและมีสมาธิในการสอนน้อยลง
2)
จํานวนครูไม่เพียงพอ สอนไม่ตรงกับวุฒิกําหนดอัตรากําลังที่ไม่เหมาะสมใช้อัตราส่วนของจํานวน
นักเรียนต่อจํานวนครูเป็นเกณฑ์โดยไม่คํานึงถึงจํานวนห้องเรียนนั้น
3)
ขาดทักษะทางด้านไอซีที โดยครูจํานวนมากยังขาดทักษะด้านนี้ จึงทําให้รับรู้ข้อมูล
หรือมีแหล่ง
ค้นคว้าข้อมูลน้อยกว่านักเรียน
นอกจากนี้สื่อการสอนที่มีแค่หนังสือหรือตําราอาจตอบสนองการรับรู้และความต้องการของนักเรียนในศตวรรษที่
21 ได้ไม่เต็มที่
4)
ครูรุ่นใหม่ขาดความเชี่ยวชาญในการสอนทั้งทางวิชาการและคุณลักษณะความเป็นครู
ความเอาใจใส่
ต่อเด็กลดลง
ขาดประสบการณ์ขณะที่ครูรุ่นเก่าไม่ปรับตัว
5)
ครูสอนหนักส่งผลให้เด็กเรียนมากขึ้น ผลการทดสอบระดับชาติที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ
ทําให้ครูแก้ปัญหา
โดยยังคงยึดวิธีการสอนแบบเดิม
พยายามสอนเนื้อหาให้มากขึ้น ใช้เวลาสอนมากขึ้น
6)
ขาดอิสระในการจัดการ ครูยังคงต้องปฏิบัติตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด
ซึ่งนโยบายเหล่านั้น
ไม่ได้ถูกต้องและดีเสมอไป

ด้านการพัฒนาตนเองของครูผู้ที่ได้ชื่อว่า
“ครู”
เป็นบุคคลสําคัญยิ่งต่อภารกิจในการพัฒนาเยาวชนของชาติ
โดยนอกจากครูจะต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูแล้ว
ยังต้องเป็นผู้ทรงความรู้ในเนื้อหาที่จะถ่ายทอดสู่ผู้เรียน และครูยังต้องจัดการเรียนการสอนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ครูจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ไม่ทะนงว่าตนเองเป็นผู้ทรงความรู้
แต่เป็นผู้เรียนรู้คนหนึ่งซึ่งพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมกันกับนักเรียน
